• Home
  • New Arrival
  • Lactose free
  • Regular Milk
  • Tetra Top
  • Milk & Me
  • Drinking Yoghurt
  • Liftstyle
  • Artical
  • Home

  • New Arrival

  • Lactose free

  • Regular Milk

  • Tetra Top

  • Milk & Me

  • Drinking Yoghurt

  • Liftstyle

  • Artical

Sweetener - Tips

Sweetener – Tips

กระแสด้านการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคถือเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบันนี้โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักตัวและโรคเบาหวาน จึงทำให้ผู้บริโภคมองหาสารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือน้ำตาลเทียมเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดผลเสียที่ตามมาจากการบริโภคน้ำตาล

แต่ก็ยังมีความเชื่อที่ว่าการบริโภคน้ำตาลเทียมนั้นก็ก่อให้เกิดอันตรายตามมาเช่นกัน เช่น ทำให้อ้วน, เป็นโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ นอกจากนี้สารเคมีตกค้างจากการบริโภคน้ำตาลเทียมยังก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคเกิดความคลางแคลงใจในการบริโภคน้ำตาลเทียม

บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจนี้ แต่ก่อนอื่นเราดูกันก่อนว่าสารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมคืออะไร?

mmilkbrand

อะไรคือสารให้ความหวานที่ใช้แทนน้ำตาล?

สารให้ความหวาน (Sweetener) เป็นสารที่ใช้แต่งรสหวาน แต่งกลิ่น ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหาร เครื่องดื่ม และเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามคุณค่าทางโภชนาการได้แก่

1) สารให้ความหวานที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือสารให้ความหวานที่ให้พลังงาน ได้แก่ ฟรุกโทส ซึ่งเป็นน้ำตาลจากผลไม้, มอลทิทอล, ซอร์บิทอล, ไซลิทอล และอิริทริทอล

2) สารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน หรือ “น้ำตาลเทียม” (Artificial sweeteners, High intensity sweeteners หรือ Sugar substitute) ได้แก่ ซูคราโลส, สตีเวีย หรือสารสกัดจากหญ้าหวาน, แอสปาร์แตม, อะซิซัลเฟม-เค, แซคคารีน หรือขัณฑสกร

สารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน หรือให้พลังงานต่ำ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า น้ำตาลเทียม เป็นกลุ่มที่นิยม เนื่องจากตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการลดน้ำตาล ที่เป็นสารคาร์โบไฮเดรต เพื่อควบคุมน้ำหนัก และในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งน้ำตาลเทียมแต่ละชนิดมีจุดเด่น และข้อจำกัดที่ต่างกันไป ดังตาราง

Mmilkbrand

จากตารางจะเห็นได้ว่า ขัณฑสกร และไซคลาเมทเป็นสารให้ความหวานที่ก่อให้เกิดอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยง ส่วนแอสปาร์แตม และอะซิซัลเฟม-เคนั้น ให้รสชาติที่ต่างจากน้ำตาลไปบ้าง สำหรับในส่วนของสตีเวีย และซูคราโลสนั้น เป็นสารให้ความหวานที่ไม่ก่อไม่เกิดอันตราย แต่สตีเวียนั้นยังมีรสขมปนอยู่ และซูคราโลสนั้นให้ความหวานที่ใกล้เคียงน้ำตาลมาก จึงถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ยังต้องการรสหวานในแบบฉบับน้ำตาลอยู่

Mmilkbrand

ผลิตภัณฑ์นม mMILK brand เลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยเลือก “อิริทริทอล และซูคราโลส” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ โดยอิริทริทอลเป็นสารให้ความหวานธรรมชาติ ที่ให้พลังงานต่ำ ส่วนซูคราโลสเป็นสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน มีความหวานที่ใกล้เคียงน้ำตาลมาก เพราะมีโครงสร้างสารตั้งต้นมาจากน้ำตาลทราย ดังนั้น อิริทริทอล และซูคราโลส จึงเป็นสารให้ความหวานที่มีความปลอดภัย และไม่เป็นสารก่อมะเร็ง ตามข้อมูลความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก(WHO) และองค์การอาหารและยาและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ(FAO)

อีกทั้งซูคราโลสก็ได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัย จาก WHO และ FAO (องค์การอนามัยโลก และองค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ) ซูคราโลส จึงเป็นที่ยอมรับในประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง มีการศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยของซูคราโลสมากกว่า 100 ชิ้น ทั้งศึกษาในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งรวมไปถึงการศึกษาเรื่องเภสัชจลนศาสตร์ การก่อกลายพันธุ์ ความเป็นพิษต่อการสืบพันธุ์ ผลต่อทารกในครรภ์ ผลต่อการเกิดมะเร็ง ผลต่อระบบประสาท และผลต่อระบบภูมิต้านทาน

จากการทดลองซูคราโลสในระดับต่างๆ ไม่พบความเป็นพิษ และไม่เป็นสารก่อมะเร็ง โดยแม้ว่าโครงสร้างของซูคราโลสจะคล้ายกับน้ำตาล แต่ก็ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับอินซูลิน และไม่ทำให้ฟันผุ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของซูคราโลสต่อสิ่งแวดล้อมอีกกว่า 40 ชิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ซูคราโลสไม่มีผลต่อระบบนิเวศน์

แหล่งที่มา

1.น้ำตาลเทียมอันตรายจริงหรือ, สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2566, จาก https://www.scimath.org/article-chemistry/item/7585-2017-10-17-02-58-01

2.ภาพประกอบ www.freepik.com

© All rights reserved, MARY ANNE DAIRY PRODUCTS CO, LTD.